fbpx

ความในใจของกะเทยนิวส์ในทริป “เที่ยวกับเทยไปกับ THAI LGBT CONNECT” โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

สวัสดีค่ะกะเทย

เหยี่ยวเทยเผอิญได้รับเชิญ โทรศัพท์ดัง ดิชั้นซูซาน จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อยากจะเชิญกะเทยนิวส์ไปร่วมทริปกับเราที่เชียงใหม่ ตลอดสุดสัปดาห์นี้เลย และเทยก็ตอบตกลง มันบ้ามากค่ะเธอขา ซึ่งในทริปนี้ นอกจากเทยแล้ว ยังมีพี่ๆสื่อมวลชน อีกหลายสำนักร่วมเดินทางมาด้วยค่ะ

โดยในทริปนี้ นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ ทาง กสอ. เป็นผู้เชิญเทยมาเจ้าค่ะ จุดประสงค์หลักๆคือการพามาดูผู้ประกอบการ ที่ได้รับการดูแลจากกรมอุตสาหกรรม หลังจากเกิดนางโควิด ที่ทำเอาหลายๆอุตสาหกรรมออกอาการไปไม่เป็นเลย ซึ่งทางกรมอุสาหกรรม และท่านอธิบดี ได้มีโครงการที่น่าสนใจมาดูแลผู้ประกอบการ เพื่อให้นางเกิดการปรับตัวตั่งต่าง

ซึ่งความกะเทย ก็เผอิญถูกเชิญมาด้วยความที่หนึ่งในโปรเจ็ตที่ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนางทำ ก็คือสนับสนุนการทำโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับมัคคุเทศน์ที่เชียงใหม่ ที่แทบจะล้มตายกันหมดจากภัยโควิด แต่โมเดลใหม่ที่ทางกรมสนับสนุนให้เกิดขึ้น คือการจัดทริปท่องเที่ยวแบบ “เที่ยวกับเทย THAI LGBTQ+ Connect” ซึ่งสำหรับเทย ว่าบาปค่ะ มันเป็นโครงการที่แซ่บมาก

That LGBTQ Connect เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มมัคคุเทศน์ระดับ Professional และล้วนเป็นชาวเพศหลากหลายแบบครบเครื่อง ที่พร้อมด้วยความแซ่บ ความข้อมูลเป๊ะ และประสบการณ์การทำงานมากว่า 30 ปีเลยนะเธอ แต่ใดใดนะเออ เหล่าคุณแม่คุณพี่ที่ต่างได้รับผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวลดลงไปจากโควิด ก็ได้ลองร่างแผนธุรกิจออกมาเป็นโมเดลใหม่ และได้รับการสนับสนุนจากทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการทำแผนและเริ่มทำองค์ความรู้ เพื่อประสานเป็นแผนธุรกิจที่พร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวสาย LGBTQ ทั้งไทยและต่างประเทศได้ทันทีที่วิกฤตโควิดเริ่มผ่อนลง และกลับมาจนเกือบจุดปกติอีกครั้ง

ในทริปนี้นะคะ คุณแม่ทิมมี่ หนึ่งในมัคคุเทศน์ ที่นำเทยเที่ยวกล่าวว่า แม่ทำงานนี้มากว่า 30 ปีแล้ว และแม่ก็รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศอยู่มาก ซึ่งในทุกกลุ่มทัวร์ ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวหลากหลายเพศปะปนกันมา แต่ในไทย มัคคุเทศน์ไทย เป็นประเทศอันดับต้นๆที่มัคคุเทศน์ที่มีความหลากหลายทางเพศจะสามารถเปิดเผยตัวตนได้มากกว่า และรับรู้แหล่งท่องเที่ยวที่เฉพาะทางกับกลุ่มที่มีความต้องการหลากหลายกว่า และด้วยการที่โควิดมาปิดระบบของแม่ไป ทางกลุ่มของแม่ เลยมีโอกาสรวมตัวกัน และเริ่มศึกษาวางแผน จนกลายมาเป็นทริปสำหรับ LGBTQ โดย LGBTQ ที่แท้จริงเลยเธอ

แต่ช้าแต่ ถ้าเธอคิดว่านี่นะ ความเกย์ ความธงรุ้ง จะเป็นเพียงสิ่งที่เป็นภาพจำของชาวเรา แล้วทริปนี้จะเป็นเพียงแค่การตระเวนไปดูโลกกลางคืนของชาวเกย์ล่ะผิดแล้วค่ะ คุณแม่ให้การเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยว LGBTQ มีความต้องการที่หลากหลาย และอาจจะรวมไปถึงการไม่มีกรอบทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นบางคนอยากไปไหว้พระ ไปถ่ายรูปสวยๆในที่ที่เป็นส่วนตัว เฉพาะตัวหน่อย ซึ่งทางทริป ก็สามารถจัดหาให้ได้ และเบ่นเดียวกันกับนักท่องเที่ยวคู่รักต่างเพศ ที่มาเป็นครอบครัว คุณแม่ก็กล่าวว่า บางทีคุณพ่อมีลูกสาว เขาก็ค่อนข้างซีเรียสกับมัคคุเทศน์ที่จะมาทริปกับครอบครัวเขา เขาก็อยากได้มัคคุเทศน์ LGBTQ เพื่อความสบายใจก็มี ดังนั้นตรงนี้จึงเป็นจุดแข็งของทริปครั้งนี้เลยก็ว่าได้

ในทริปนี้ เทยได้ไปสัมผัสสถานที่สวยๆอยู่สองที่ คือ วัดเด่นสะหลี ศรีเมืองแแกน ซึ่งทาง Thai LGBTQ Connect เลือกที่นี่ขึ้นมาเพราะเป็นวัดที่มีประวัติยาวนาน แถมหลังจากการบูรณะ ก็มีการผสมผสานสไตล์ของทั้งล้านนา ล้านช้าง พม่า เข้าไปในตำหนัก ในอุโบสถหลังต่างๆของทางวัด ทำให้ทางวัดแห่งนี้มีการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย เหมือนกับชาวเรา ที่มีความหลากหลายผสมผสานกัน … เนี่ย แม่ล้ำป้ะ

อีกที่หนึ่งก็คือทุ่งดอกไม้ I Love Flower Farm ซึ่งแน่นอนค่ะ อย่าปล่อยกะเทยไว้กับดอกไม้ ความถ่ายรูป ความแฟชั่นอะไรก็ต้องมา ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นจุดขายอีกแหล่งที่ทางทริปได้พาเราไป นอกจากนั้นคุณแม๊ค ศกุณภัทร มโนกนกพานิช หัวหน้ากลุ่ม THAI LGBTQ Connect ยังกระซิบบอกเทยอีกว่า หนูลูก หากสถานการณ์กลับมาเป้นปกตินะ นี่จะเป็นก้าวใหม่ของการท่องเที่ยวไทย เพราะเราคือเจ้าแรกของไทย ที่เน้นขาย LGBTQ และสนับสนุนความเป็น LGBTQ ที่ก็ได้เปรียบอยู่แล้วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และทางคุณพี่เขา ก็จะทำให้เป็นรูปเป็นร่าง พร้อมเดินแผนต่อได้ทันที รวมถึงการต่อขยายเพื่อทำเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยนะเออ

อย่างไรก็ตาม ทางอธิบดีกรม ก็กล่าวเพิ่มเติมนะคะว่า การลงทุนของทางกรมเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่กำลังประสบพิษโควิดเนี่ย ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 90 วัน และธุรกิจท่องเที่ยว ก็เป็นสิ่งที่จะยังไม่สามารถกลับมาได้ในเร็ววัน เพราะก็นะคะ เรายังปิดประเทศอยู่ แต่จากการสรุปผลการดำเนินงาน ก็พบว่าประสบความความสำเร็จกับการช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอีกหลายตัวค่ะ ซึ่งทางอธิบดีกรม ยังพาเทยและพี่ๆสื่อมวลชน ไปเยี่ยมชม สุภาฟาร์มผึ้ง อีกหนึ่งธุรกิจที่โดนโควิดทำร้ายไปเต็มๆ แต่ก็ได้ทางกรมเข้าไปช่วยปรับตัว ลดหนี้ เพิ่มวิชาตัวเบา ให้ตัวธุรกิจสามารถกลับมาเดินไปต่อได้ รวมไปถึงบริษัทในโครงการแตกกอธุรกิจ อย่างบริษัท อี.พี. เดคคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทางผู้บริหาร ก็ได้เพิ่มลายกิจกรรมของธุรกิจตัวเอง ยอมปรับตัว และขยายช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ของธุรกิจให้ได้ไปต่อ แม้ว่าแต่แรกจะเป็นธุรกิจที่ทำผ้าม่านก็ตาม

ทริปนี้ม่วนนักข่าเจ้า เทยเองก็ได้รับความรู้ และก็เล็งเห็นถึงข้อจำกัดที่ทางกรมได้พยายามจะลงไปดูแลธุรกิจตั่งต่าง เพื่อให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้ โดยทางท่านอธิบดี ก็เน้นย้ำผ่านทางสื่อมวลชนว่า ทั้งหมดจากโครงการนี้จะต่อยอดไปต่อในปีหน้าแน่นอน และทุกอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จนั้น จะไม่ใช่การประสบความสำเร็จแต่เพียงธุรกิจนั้นๆเพียงลำพัง แต่ธุรกิจโดยรอบที่รายล้อมก็ต้องรอดไปพร้อมกันด้วย เช่นบรรดาแม่ๆมัคคุเทศน์เอง หากเปิดกลับมาเฉดฉายได้อีกรอบ ก็ไม่ใช่เพียงแม่หรือสวนดอกไม้ที่ได้ประโยชน์ แต่รถที่ขับโดยสาร ร้านอาหาร การโรงแรม ที่อยู่ใน Chain การดูแลของกรมอุตสาหกรรมนี้ทั้งหมด ก็จะสามารถพึ่งพากัน และสร้างความแข็งแรงไปได้กับการเปลี่ยนแปลงของยุคหลังโควิดที่กำลังจะมานี้ได้นั่นเองแหละเธอ

ภาพสวยๆจากทริปสุดสัปดาห์ของเทย เอามาฝากคุณกิตติแล้วนะคะ อย่างไรก็ขอบพระคุณทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ดูแลการเดินทางและการเยี่ยมชมของเทยเป็นอย่างดี และหวังว่าทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงรัฐบาล จะเล็งเห็นถึงปัญหาของอุตสาหกรรมตั่งต่าง ที่ต้องเผชิญในชช่วงโควิด และลงมาช่วยรับมือกับผู้ประกอบการเหล่านี้ ให้มีประสิทธิภาพต่อไปนะคะ

ทางเทยก็จะช่วยเป็นกำลังใจ และจ้องมองแรงใส่รัฐบาลให้อีกแรงค่ะ
เหยี่ยวเทย รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *